หนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย
สัญญาจะซื้อจะขาย

หนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย

แชร์ได้เลย

สัญญาประเภทหนึ่งที่คนส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นเคยกันมากก็คือ “สัญญาจะซื้อจะขาย” มักจะเป็นสัญญาที่เกี่ยวกับบ้าน ที่ดิน และคอนโด

1. สัญญาจะซื้อจะขาย
มักใช้กับนิติกรรมที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นส่วนใหญ่ ในเรื่องการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กฎหมายกำหนดว่าต้อง “ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่” แปลง่ายๆว่า ให้ทำเป็นหนังสือสัญญานั้นแหละและไปดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ต่อเจ้า หน้าที่ที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ แต่ก็อย่างที่รู้ๆกันว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นมีราคาค่อนข้างสูงคนส่วนใหญ่จึง มักจะทำสัญญาจะซื้อจะขายกันไว้ก่อนและไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กันในภายหลัง ซึ่งอาจมีการวางมัดจำหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรอง แต่ส่วนใหญ่มักจะมี เผื่อว่าผู้ซื้อผิดสัญญาไม่ทำการซื้อตามที่ตกลงกันไว้ ผู้ขายก็สามารถริบเงินมัดจำนั้นได้

2. สัญญาจะซื้อจะขาย
ถือเป็นหลักฐานสำคัญในการใช้สิทธิฟ้องร้องคดีต่อศาล ในกรณีที่มีข้อพิพาทกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ขายผิดสัญญาไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ให้ หรือผู้ซื้อไม่ชำระราคาหรือชำระราคาไม่ครบถ้วนก็ตาม หากต้องการฟ้องร้องคดีต่อศาลกฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขในการฟ้องคดีไว้ 3 ประการ
ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ “การทำหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ” โดยหลักฐานเป็นหนังสือนั้นไม่จำกัดเฉพาะหนังสือสัญญาเพียงอย่างเดียว อาจเป็นจดหมายตอบโต้กันก็ได้ ซึ่งอาจมีฉบับเดียวหรือหลายฉบับรวมกันก็ได้ และต้องมีลายมือชื่อของจำเลยเซ็นเอาไว้ด้วย มิฉะนั้นแล้วแม้จะเสียหายมากเพียงใด เราก็ฟ้องคดีต่อศาลไม่ได้ ถึงฟ้องได้ศาลก็ยกฟ้อง แถมนำสืบพยานบุคคลแทนก็ไม่ได้อีกต่างหาก ฉะนั้น สัญญาจะซื้อจะขายควรทำคู่ฉบับให้เพียงพอกับคู่สัญญาทุกคน แล้วเก็บเอาไว้ให้ดี
3. สัญญาจะซื้อจะขาย
ต้องมีข้อตกลงว่าจะไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดินกันในภายหลัง หัวใจสำคัญที่จะบ่งบอกว่าสัญญานั้นเป็นสัญญาจะซื้อจะขายหรือไม่ ก็คือ สัญญานั้นมีข้อความทำนองว่า “คู่สัญญาตกลงกันไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในบ้าน หรือที่ดิน หรือบ้านพร้อมที่ดินอะไรก็ว่าไป กันในวันที่เท่านั้นเท่านี้ โดยผู้ซื้อจะชำราคาให้แก่ผู้ขายทั้งหมดในวันดังกล่าว” เป็นต้น หากมีข้อความประมาณนี้ในสัญญาให้ตีความได้เลยว่าสัญญานั้นเป็นสัญญาจะซื้อจะ ขายแน่นอน เพราะคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างมีสิทธิหน้าที่ระหว่างกันที่จะต้องปฏิบัติตาม สัญญากันอยู่อีก โดยผู้ซื้อก็มีหน้าที่ชำระราคาให้แก่ผู้ขาย ส่วนผู้ขายที่มีหน้าที่โอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นๆให้กับผู้ซื้อ เป็นต้น
4. ถ้าไม่มีข้อตกลงเรื่องการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ กฎหมายถือว่าเป็น “สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด”
และเมื่อไม่ได้มีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การซื้อขายนั้นย่อมตกเป็นโมฆะ ในกรณีที่สัญญาไม่ได้มีข้อตกลงกันว่าจะไปทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ สำนักงานที่ดินภายหลัง คำพิพากษาศาลฎีกาส่วนมากได้วางบรรทัดฐานเอาไว้ว่า สัญญาดังกล่าวนั้นคือ “สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด” ไม่ใช่ “สัญญาจะซื้อจะขาย” เพราะทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างไม่ได้มีพันธะใดๆต่อกันที่จะปฏิบัติตามสัญญา อีกต่อไป
เมื่อสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดนั้นไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้า หน้าที่ตามแบบที่กฎหมายกำหนด สัญญาซื้อขายนั้น ย่อมตกเป็นโมฆะ คดีตัวอย่าง : ตราบใดที่ยังมีข้อตกลงว่าจะไปโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดินกันอยู่ ไม่ว่าจะทำสัญญากี่ฉบับสัญญาเหล่านั้นก็เป็นสัญญาจะซื้อจะขายทั้งสิ้น คดีนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกันมาก่อนโดยกำหนดวันจดทะเบียนโอน ที่ดินกันไว้ ต่อมาเมื่อผู้ซื้อชำระราคาให้ผู้ขายครบถ้วนแล้วจึงได้ทำสัญญาอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งแม้จะระบุว่าเป็นสัญญาซื้อขาย แต่ก็มีข้อตกลงกำหนดไว้ในสัญญาว่า “หากถึงกำหนดผู้ขายไม่โอนที่ดินให้ผู้ซื้อ ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับอีกหนึ่งเท่าของเงินที่ขาย” ศาลตีความว่าผู้ซื้อและผู้ขายมีเจตนาที่จะไปจดทะเบียนโอนที่ดินซื้อขายกันใน ภายหลังเช่นเดียวกับที่ตกลงกันไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายที่ทำต่อเนื่องกันมา แม้ผู้ขายจะส่งมอบที่ดินที่ซื้อขายให้ผู้ซื้อแล้วก็ตาม แต่เมื่อผู้ซื้อและผู้ขายมีเจตนาที่จะไปจดทะเบียนโอนที่ดินที่ซื้อขายกันให้ เสร็จเด็ดขาดต่อไปสัญญาซื้อขายดังกล่าวจึงเข้าลักษณะเป็นสัญญาจะซื้อจะขาย ไม่ใช่สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดซึ่งจะตกเป็นโมฆะ เพราะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

สรุป หากจะทำสัญญาจะซื้อจะขายขึ้นมา นอกเหนือจากข้อตกลงในเรื่องอื่นๆแล้ว สัญญาฯ ต้องมีข้อความทำนองว่า ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันจะไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดินกันอีกครั้งหนึ่ง ภายหลังทำสัญญาฉบับดังกล่าว หาไม่แล้วกฎหมายถือว่าสัญญาฉบับนั้นเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด เมื่อสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดนั้น ไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้า หน้าที่ ณ กรมที่ดิน สัญญาซื้อขายนั้นย่อมตกเป็นโมฆะ เพราะไม่ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด

ขอบคุณ Cr. by TerraBKK


แชร์ได้เลย

admin

ซื้อ – ขาย – เช่า บ้านมือสอง แบบครบวงจร ในชลบุรี ดำเนินการภายใต้สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แห่งประเทศไทย